Skip to content
Skip to main navigation
Skip to 1st column
Skip to 2nd column
หน้าหลัก
ที่ท่องเที่ยว
โฮมสเตย์-รีสอร์ท
ที่พัก
ร้านอาหาร
การเดินทาง
เที่ยวทั่วไทย
อากาศวันนี้
คนชอบเที่ยว
ติดต่อเรา
Home
สินค้าพื้นเมือง
เพชรบุรี
ได้ชื่อว่าเป็นจังหวัดที่มีขนมอร่อยมากมายหลายชนิด ได้แก่ ขนมหม้อแกง ข้าวเกรียบ ทองหยอด ฝอยทอง ผลไม้กวน กะละแม ฯลฯ มีจำหน่ายทั้งในบริเวณตัวเมืองและที่บริเวณเขาวัง ริมถนนสายเพชรเกษม และยังมีข้าวแช่อาหารที่ขายดีในหน้าร้อน ร้านเก่าแก่อยู่ที่ตลาดทรัพย์สิน
เปิดขายระหว่างเวลา ๙.๐๐-๑๕.๐๐ น.
นอกจากนี้ยังมีผลไม้ที่มีชื่อเสียงหลายชนิดเช่น ชมพู่เพชร (มีมากในช่วงเดือนมกราคม-พฤษภาคม) สับปะรด กระท้อน และแคนตาลูบ เป็นต้น
นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์จากต้นตาล ได้แก่ ลูกตาล และจาวตาล นำมาทำเป็นอาหาร ขนมหวาน น้ำตาลสด และน้ำตาลปึก และยังมีผลิตภัณฑ์จากป่านศรนารายณ์ ที่นำมาทำเป็นกระเป๋าและเครื่องใช้สวยงาม ของที่ระลึกเหล่านี้นอกจากจะหาซื้อได้บริเวณตัวเมืองและบริเวณเขาวังแล้ว ยังสามารถหาซื้อได้ที่
ร้านเพชรบุรีภัณฑ์ ๑-๔
ซึ่งเป็นร้านค้าที่เกิดจากความร่วมมือของจังหวัดเพชรบุรี ร่วมกับพัฒนาชุมชนจังหวัด
ο ร้านเพชรบุรีภัณฑ์ ๑ ดอนขุนห้วย อำเภอชะอำ
(อยู่ระหว่างอำเภอท่ายาง-อำเภอชะอำ)
จำหน่ายสินค้าประเภทผลไม้แปรรูป ผลไม้อบแห้ง และเครื่องใช้ที่ทำจากป่านศรนารายณ์
ο ร้านเพชรบุรีภัณฑ์ ๒ ไร่ส้ม อำเภอเมือง
(ใกล้เขาวัง)
จะเป็นสินค้าประเภทขนมหม้อแกง ลูกตาลอ่อน ฝอยทอง สินค้าแปรรูปจากตาลโตนด น้ำตาลสด
ο ร้านเพชรบุรีภัณฑ์ ๓ โพไร่หวาน อำเภอเมือง
(ถนนสาย ๓๑๗๗ เส้นทางไปหาดเจ้าสำราญ)
จำหน่ายสินค้าแปรรูปจากเห็ดนางฟ้า เช่น น้ำพริกเห็ด เห็ดแดดเดียว ไอศครีมเห็ด
ο ร้านเพชรบุรีภัณฑ์ ๔ เขาย้อย อำเภอเขาย้อย
(ติดที่ว่าการอำเภอ)
จำหน่ายข้าวแกงรสเด็ด และสินค้าที่ระลึกที่ผลิตจากไม้ตาล ผ้าทอไทยทรงดำ
เพชรบุรีเป็นเมืองแห่งต้นตาลโตนด
ในท้องทุ่งนาเมืองเพชรมองไปทางไหนก็เห็นแต่ต้นตาล ซึ่งเป็นวัตถุดิบในการปรุงอาหาร นับตั้งแต่อาคารคาวไปจนถึงอาหารหวาน ของกินเล่น อาหารและขนมที่ทำจากลูกตาลโตนดนี้ เป็นปรากฏในบทสวดบินของเก่า ซึ่งได้กล่าวถึงอาหารคาวหวานของเมืองเพชรบุรีไว้อย่างติดอกติดใจว่า...
"เพชรบูรีแกงหัวตาล
เนื้อย่างฝานบาง ๆ ใส
เนื้อวัวแลตับไก่
แกงกับใบโหระพา"
"ขนมเพชรบูรี
ใหญ่สิ้นดีทั้วหวานมัน
ผู้ดีเมืองเพชรนั้น
เขายกย่องกันเป็นอย่างดี
โตนดเต้าแลจาวตาล
เปนเครื่องหวานเพชรบูรี
กินกับน้ำตาลยี
ของมีมาช่วยกัน"
เหล่านี้เป็นส่วนน้องของผลผลิตที่ต้นตาลโตนดให้แก่ชาวเมืองเพชรบุรี ส่วนต่างๆ ของต้นนำมาใช้ประโยชน์ได้อีกมาก เช่น เนื้อไม้นำมาทำเฟอร์นิเจอร์ชั้นดี หรือแม้แต่ขี้เถ้าของใบตาล นอกจากเป็นปุ๋ยแล้วยังนำมาละลายทำขนมเปียกปูนได้อีกด้วย
น้ำตาลเมืองเพชร
เป็นผลผลิตที่ขึ้นชื่อลือชา เพราะมีคุณสมบัติเหนือกว่าน้ำตาลจากเมืองอื่น โดยเฉพาะความหวานอันเนื่องมากจากเทคนิคพิเศษในการเคี่ยวน้ำตาลเมืองเพชร จึงเป็นทั้งของกินและของฝากที่มีความหมาย นอกจากคุณค่าในตัวของมันเองแล้ว ยังเป็นปัจจัยที่สำคัญที่ทำให้เพชรบุรีมีชื่อเสียงเลื่องลือไปทั่วในเรื่อง
"ขนมเมืองเพชร"
และถ้าจะกล่าวถึงขนมคู่บ้านคู่เมืองเพชรบุรี น่าจะได้แก่ขนมที่ทำมาจากผลิตผลของต้นตาลโตนด คนที่อายุมากกว่า 90 ปี กล่าวว่ากินมาตั้งแต่เมื่อครั้งปู่ย่าตายาย ขนมประเภทนี้มีการพัฒนาไปไม่มากนัก
น้ำตาลสด
ที่คนเมืองเพชรเรียกว่า "น้ำตาลสด" เป็นน้ำตาลที่รองมาจากต้นตาลกินได้ทันที ถ้าไม่แน่ใจเรื่องความสะอาด ควรต้มเสียก่อน เช่นนี้จะเรียกว่า
"น้ำตาลอุ่น"
ขนมที่ทำจากลูกตาล
ผลตาลใช้ทำอาหารและขนมได้ทุกอายุ เริ่มตั้งแต่ลูกตาลที่ยังอ่อน เอามาผ่านเฉพาะตอนหัวที่มีสีขาวเป็นแผ่นบาง ๆ ใช้ทำอาหารคาว เรียกว่า
"แกงหัวตาล"
"จาวตาล"
เป็นลูกตาลในระยะที่สอง สามารถนำมากินสด ๆ ได้ มีผู้นำมาดัดแปลงหั่นเป็นชิ้นบาง ๆ ใส่น้ำเชื่อมและน้ำแข็ง เรียกว่า
"ลูกตาลลอยแก้ว"
"จาวตาลเชื่อม"
เป็นจาวตาลในระยะที่สาม ซึ่งเนื้อในของจาวตาลจะแข็งซุยคล้ายจาวมะพร้าว นำมาเชื่อมน้ำตาลจนน้ำตาลแทรกเข้าไปในเนื้อ ขนมชริดนนี้ได้รับความนิยมมาก จึงมีราคาสูงกว่าขนมเชื่อมอื่นๆ
"โตนดทอด"
ทำจากจาวตาลในระยะที่สาม โดยนำมาเชื่อมแล้วชุบแป้งทอด เป็นขนมเมืองเพชรขนานแท้และดั้งเดิม
"ขนามตาล"
เ ทำจากลูกตาลแก่ที่สุกงอมโดน้ำเอาเนื้อลูกตาลไปผสมกับแป้ง น้ำตาลโตนดและกะทิ คนให้เข้ากันหยดบนใบตองแล้วน้ำไปนึ่ง เมื่อสุกจะฟูเป็นสีเหลือง
"น้ำตาลเมา"
หรือ
"กระแช่"
ก็คือน้ำตาลสดที่นำมาอุ่นแล้วทิ้งไว้ให้เย็นสนิท จากนั้นนำเปลือกหรือรากมะเกลือมาเผาไฟทิ้งให้เย็น นำไปเรียงใส่ในไหแล้วเทน้ำตาลอุ่นที่เย็นสนิทแล้วใส่ลงไป ปิดฝาให้แน่น ทิ้งไว้ 2 วัน 2 คืน ก็จะได้น้ำตาลเมาตำหรับเมืองเพชรที่มีกลิ่นหอมและมีรสอร่อยยิ่งนัก
"ตังเม"
ของกินเล่นสำหรับเด็ก ๆ ซึ่งเป็นผลพลอยได้จากการเคี่ยวน้ำตาลปีก คือส่วนที่เป็นน้ำตาลเหนียว ๆ ใสแจ๋วที่จับอยู่บนกระทะเคี่ยวน้ำตาลนั้นเอง
นอกจากนี้ยังมี
"ข้าวแช่"
เสน่ห์ของข้าวแช่นอกจากจะมีรสชาติอร่อยเย็นชื่นใจด้วยน้ำแข็ง และกลิ่นหอมของน้ำข้าวแช่แล้ว การใช้ถ้วยจานเชิงแบบโบราณก็เป็นสิ่งดึงดูดให้สนใจรับประทานด้วยไม่น้อย และสำหรับผู้มาเยือนเมืองเพชร หากจะมีของฝากติดมือกลับติดมือกลับบ้านซึ่งนอกจากขนมหวานหลากหลายแล้ว ถ้าเป็นหน้าชมพู่ก็คงไม่อาจจะมองข้าม
"ชมพู่เมืองเพชร"
ซึ่งมีลักษณะและรสชาติเป็นเอกลักษณ์ มีเฉพาะที่เมืองเพชรแห่งเดียวเท่านั้น
ตั้งแต่ สมัยราชกาลที่ 4 จนถึงปัจจุบัน ขนมเมืองเพชรที่จัดว่าเป็นขนมที่ได้รับความนิยมสูงสุดมีดังนี้
ขนมขี้หนู
เป็นขนมชั้นดีที่มีชื่อเสียงมาก่อนขนมอื่น ๆ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทางโปรดมากว่าขนมใด ๆ ทรงรับทราบว่า
"ทำได้เก่งและอร่อยกว่าที่ไหนๆ"
ขนมขี้หนูเมืองเพชรอร่อย นุ่ม ไม่หวานจัดและหอม เพราะอบด้วยมะลิ กลีบกระดังงาลนไฟและควันเทียบอบ ในปัจจุบันหารับประทานได้ไม่ง่ายนัก เนื่องจากเป็นขนมที่ทำยาก ใช้เวลาทำนานและเก็บไว้ไม่ได้นานและผู้มีฝีมือในการทำเพียงไม่กี่คน โดยส่วนใหญ่อยู่ในวัยชรา อีกทั้งไม่ค่อยยอมถ่ายทอดความรู้ให้ใครอีกด้วย
ข้าวเกรียบงา
เป็นขนมเมืองเพชรซึ่งรู้จักและนิยมรับประทานกันอย่างกว้างขวาง ข้าวเกรียบงามีวิวัฒนาการมาหลายขั้นตอน ในระยะแรกมีส่วนผสมเพียง 2 อย่าง คือ แป้งกับน้ำตาลโตนด ต่อมามีผู้คิดดัดแปลงใส่มะพร้าวหั่นเป็นแท่งสี่เหลี่ยมขนาดจิ๋วผสมลงไป และหลังจากนั้นก็มีการเติมงาดำลงไปอีก จึงกลายเป็นข้าวเกรียบงาอย่างที่เห็นกันในปัจจุบัน หากจะรับประทานให้อร่อยจะต้องปิ้งเสียก่อน
ข้าวเกรียบงาอยู่ในความนิยมของคนไทยทั่วประเทศ ซึ่งสร้างความภาคภูมิใจให้แก่คนเมืองเพชรมาเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 60 ปี ในปัจจุบันแม้จะมีโรงงานทำข้าวเกรียบงาเหลือเพียง 5 โรงงาน แต่ก็ยังได้รับความนิยมเป็นอันดับสามของขนมเมืองเพชร
ขนมหม้อแกง
เมื่อพูดถึงเมืองเพชรุบรี ผู้คนทั้งหลายมักจะนึกถึง
"ขนมหม้อแกง"
จนขนมชนิดนี้กลายเป็นสัญลักษณ์อีกอย่างหนึ่งของเมืองเพชรบุรี เนื่องจากขนมหม้อแกงเมืองเพชรบุรีมีข้อบกพร่องอย่างหนึ่ง คือ ต้องเก็บไว้ในบรรกาศธรรมดา และจะเก็บไว้ได้เพียง 24 ชั่วโมง ดังนั้นระยะแรก ๆ ขนมหม้อแกงเมืองเพชรจึงแพร่หลายอยู่ในเฉพาะจังหวัดใกล้เคียงหรือไกลสุดเพียงกรุงเทพ ฯ เท่านั้น
ต่อมาเมื่อมีรถไฟและถนนหาทางสะดวกขึ้น การเดินทางติดต่อถึงกันรวดเร็วขึ้น ขนมหม้อแกงเมืองเพชรบุรีจึงเริ่มเป็นที่รู้จักไปทั่วประเทศ และด้วยการรับประทานที่ง่ายและสะดวก ไม่ต้องมีกรรมวิธีใด ๆ ขนมหม้อแกงจึงแย่งตำแหน่ง
"ขนมยอดนิยม"
มาจากข้างเกรียบงา และครองตำแหน่งนี้มาเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 30 ปี ส่วนขนมที่ได้รับความนิยมรองจากขนมหม้อแกงก็คือ "ขนมบ้าบิ่น" นอกจากนี้ก็มีขนมเชื่อมซึ่งมีอยู่มากมายหลายชนิด เช่น ทองหยิบ ฝอยทอง ทองหยอด เม็ดขนม (ลูกชุบ) จาวตาลเชื่อม ฯลฯ ก็ได้รับความนิยมตลอดมาเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 1 ศตวรรษ
ที่มา :
http://www.chaiwbi.com
ข้อมูลจาก : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (๑๔ พ.ค. ๕๑)
เพชรบุรี
ข้อมูลทั่วไป
สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ
แหล่งจำหน่ายของที่ระลึก
ข้อมูลการเดินทาง
สถานที่พักแรม
วัฒนธรรมประเพณี
แผนที่สำคัญในจังหวัด
ร้านอาหาร
กิจกรรมท่องเที่ยว
สินค้าพื้นเมือง
เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง
เที่ยวเมืองเพชร
เขาย้อย
หนองหญ้าปล้อง
เมืองเพชรบุรี
บ้านแหลม
บ้านลาด
ท่ายาง
ชะอำ
แก่งกระจาน
ติดต่อเว็บมาสเตอร์
หากมีปัญหาการใช้งาน ข้อเสนอแนะ ติ-ชม หรือมีคําถามอื่นใดโปรดติดต่อ
: 0-2739-5983
:
ส่งอีเมลหาเรา
:
พูดคุยในเว็บบอร์ด